Historical Data ใน BMS ช่วยวิเคราะห์การใช้พลังงานได้อย่างไร

Historical Data ใน BMS ช่วยวิเคราะห์การใช้พลังงานได้อย่างไร

ระบบ BMS (Building Management System) ไม่ได้มีหน้าที่เพียงควบคุมอุปกรณ์ภายในอาคารแบบ Real-Time เท่านั้น แต่ยังสามารถบันทึกข้อมูลย้อนหลัง หรือ Historical Data เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ข้อมูลย้อนหลังเหล่านี้ช่วยให้ผู้ดูแลอาคารมองเห็นรูปแบบการใช้พลังงานได้ชัดเจนขึ้น และสามารถนำไปวางแผนลดต้นทุนหรือปรับปรุงระบบได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

Historical Data ใน BMS คืออะไร?

Historical Data คือข้อมูลที่ระบบ BMS เก็บบันทึกไว้ตามช่วงเวลา เช่น รายชั่วโมง รายวัน รายเดือน หรือรายปี

ตัวอย่างข้อมูลที่สามารถบันทึกได้ เช่น

  • การใช้พลังงานไฟฟ้า
  • อุณหภูมิและความชื้น
  • ชั่วโมงการทำงานของเครื่องจักร
  • สถานะเปิด–ปิดของอุปกรณ์
  • ค่าการทำงานของระบบปรับอากาศ
  • ปริมาณการใช้น้ำ
  • ค่า Demand ของระบบไฟฟ้า

เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบตามช่วงเวลา จะช่วยให้เห็นพฤติกรรมการใช้งานของอาคารได้ง่ายขึ้น

1. ช่วยดูว่าเวลาไหนใช้พลังงานสูงที่สุด

Historical Data สามารถแสดงให้เห็นว่า ช่วงเวลาใดของวันมีการใช้พลังงานสูง

เช่น อาคารอาจใช้ไฟมากในช่วง 10.00–14.00 น. หรือมีเครื่องจักรบางชุดทำงานพร้อมกันจนเกิด Peak Demand

เมื่อทราบช่วงเวลาที่ใช้พลังงานสูง ก็สามารถนำข้อมูลไปปรับตารางการทำงานหรือแบ่งโหลดของอุปกรณ์ให้เหมาะสมมากขึ้น

2. เปรียบเทียบการใช้พลังงานแต่ละวันหรือแต่ละเดือน

การดูข้อมูลเพียงวันเดียวอาจไม่เห็นภาพรวมที่ชัดเจน

แต่เมื่อมีข้อมูลย้อนหลังหลายเดือน สามารถเปรียบเทียบได้ว่า

เดือนนี้ใช้พลังงานมากกว่าเดือนก่อนหรือไม่ และเกิดขึ้นจากระบบใด

ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้ฝ่ายวิศวกรรมหรือ Facility Management ติดตามแนวโน้มและวางแผนการใช้พลังงานได้ง่ายขึ้น

3. ช่วยค้นหาการใช้พลังงานที่ผิดปกติ

หากอุปกรณ์บางตัวเริ่มใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ Historical Data สามารถช่วยให้มองเห็นความผิดปกติได้

ตัวอย่างเช่น Chiller หรือปั๊มน้ำที่เคยใช้พลังงานระดับหนึ่ง แต่ในช่วงหลังมีค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งที่ปริมาณการใช้งานใกล้เคียงเดิม

ข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณให้ทีมงานตรวจสอบอุปกรณ์เพิ่มเติมก่อนเกิดปัญหาใหญ่

4. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์เปิดเกินเวลาหรือไม่

บางครั้งค่าไฟสูงไม่ได้เกิดจากเครื่องจักรเสีย แต่เกิดจากการเปิดอุปกรณ์ทิ้งไว้นอกช่วงใช้งาน

Historical Data สามารถตรวจสอบได้ว่า แอร์ ไฟ ปั๊ม หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มและหยุดทำงานเวลาใด

หากพบว่าอุปกรณ์ยังทำงานหลังหมดเวลาทำการ ก็สามารถปรับ Schedule ในระบบ BMS ให้ปิดอัตโนมัติได้

5. ใช้เป็นข้อมูลก่อนและหลังปรับปรุงระบบ

หากอาคารมีการปรับปรุงระบบ เช่น เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ ปรับโปรแกรมควบคุม หรือติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน สามารถใช้ข้อมูลย้อนหลังมาเปรียบเทียบผลได้

เช่น เปรียบเทียบการใช้ไฟ ก่อนปรับปรุงกับหลังปรับปรุง เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงช่วยลดพลังงานได้มากน้อยเพียงใด

6. ช่วยสร้าง Report และ Billing ได้อัตโนมัติ

ข้อมูลจาก BMS สามารถนำไปจัดทำ Energy Report, Usage Report หรือ Billing Report ได้ตามรูปแบบที่ต้องการ

เหมาะกับอาคารที่มีหลายโซน หลายแผนก หรือหลายผู้เช่า เพราะสามารถดูข้อมูลการใช้งานแยกตามพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

ช่วยลดงานบันทึกข้อมูลด้วยมือและทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวก

Historical Data ช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นแนวทางประหยัดพลังงาน

การมีข้อมูลย้อนหลังทำให้การบริหารพลังงานไม่ได้อาศัยเพียงการคาดเดา แต่สามารถดูจากพฤติกรรมการใช้งานจริงของอาคาร

เมื่อระบบ BMS เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลสามารถนำไปใช้เพื่อ ค้นหาช่วงที่ใช้พลังงานสูง ตรวจสอบความผิดปกติ ปรับเวลาการทำงาน และวางแผนลดต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สนใจติดต่อเรา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bkccontrol.com