ในโรงงาน อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือธุรกิจที่มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก การใช้ไฟฟ้าพร้อมกันในช่วงเวลาหนึ่งอาจทำให้เกิด Peak Demand หรือช่วงที่มีความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูง
หากสามารถควบคุมช่วงพีคได้อย่างเหมาะสม จะช่วยบริหารการใช้พลังงาน ลดภาระของระบบไฟฟ้า และช่วยควบคุมต้นทุนด้านพลังงานขององค์กรได้ โดย Energy Management System (EMS) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็นและจัดการการใช้พลังงานได้อย่างเป็นระบบ
Peak Demand คือ ระดับความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูงในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ช่วงที่เปิดเครื่องจักรหลายเครื่องพร้อมกัน เปิดระบบปรับอากาศเต็มกำลัง หรือมีอุปกรณ์กำลังสูงเริ่มทำงานพร้อมกัน
สำหรับผู้ใช้ไฟบางประเภท ค่า Demand อาจเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของค่าไฟฟ้า ดังนั้นการลดการเกิดยอดพีคที่ไม่จำเป็นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพลังงานที่สำคัญ
ระบบ Energy Management ทำหน้าที่รวบรวมและแสดงข้อมูลการใช้พลังงานจากมิเตอร์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ดูแลสามารถเห็นว่า จุดใดใช้ไฟมาก ใช้ช่วงเวลาไหน และมีแนวโน้มจะเกิด Peak Demand เมื่อใด
จากเดิมที่ต้องรอดูข้อมูลย้อนหลัง ระบบสามารถช่วยติดตามสถานการณ์ได้ใกล้เคียงแบบ Real-Time ทำให้สามารถวางแผนและตอบสนองได้เร็วขึ้น
ระบบสามารถแสดงค่าการใช้ไฟฟ้าของอาคารหรือโรงงานผ่าน Dashboard เช่น
เมื่อเห็นว่าการใช้ไฟเริ่มเพิ่มสูง ผู้ดูแลสามารถปรับการทำงานของอุปกรณ์ก่อนที่จะเกิด Peak Demand ที่สูงเกินความจำเป็น
ระบบ Energy Management สามารถนำข้อมูลมาใช้กำหนดระดับแจ้งเตือนได้
ตัวอย่างเช่น เมื่อการใช้กำลังไฟเข้าใกล้ค่าที่องค์กรกำหนด ระบบอาจแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลทราบ เพื่อพิจารณาลดหรือเลื่อนการทำงานของอุปกรณ์บางประเภท
ช่วยให้การควบคุม Demand เป็นเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไขหลังเกิดพีคไปแล้ว
หนึ่งในสาเหตุของ Peak Demand คือเครื่องจักรหรืออุปกรณ์กำลังสูงหลายเครื่องเริ่มทำงานพร้อมกัน
ระบบ Energy Management ช่วยให้เห็นช่วงเวลาที่เกิดปัญหา ทำให้สามารถวางแผน สลับเวลาเปิดเครื่องจักร หรือจัดตารางการทำงานใหม่ เช่น ไม่เปิดเครื่องจักรกำลังสูงหลายชุดพร้อมกันโดยไม่จำเป็น
วิธีนี้ไม่ได้หมายถึงลดกำลังการผลิตเสมอไป แต่เป็นการจัดลำดับการใช้พลังงานให้เหมาะสมขึ้น
หากติดตั้งมิเตอร์แยกตามพื้นที่หรือเครื่องจักร ระบบสามารถช่วยวิเคราะห์ได้ว่าอุปกรณ์ส่วนใดใช้ไฟสูงในช่วงที่เกิด Peak Demand
ตัวอย่างเช่น
เมื่อทราบต้นเหตุแล้วจึงสามารถวางมาตรการลดพลังงานได้ตรงจุดมากกว่าการลดการใช้ไฟทั้งระบบ
ระบบ Monitoring สามารถจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนได้
องค์กรจึงสามารถตรวจสอบว่า Peak Demand มักเกิดช่วงเวลาใด และมีความสัมพันธ์กับกระบวนการทำงานส่วนไหน จากนั้นนำข้อมูลไปปรับตารางการผลิตหรือการใช้งานอาคารให้เหมาะสม
เมื่อ Demand สูงขึ้น ระบบควบคุมที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมสามารถใช้แนวคิด Load Management หรือการจัดการโหลด เพื่อพิจารณาลดการทำงานของอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลาสั้น ๆ
เช่น เลื่อนการทำงานของอุปกรณ์บางชุดไปยังช่วงที่โหลดต่ำกว่า โดยต้องไม่กระทบต่อความปลอดภัย คุณภาพการผลิต หรือการใช้งานหลักของอาคาร
ข้อมูลจาก Energy Management ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลด Peak Demand ในแต่ละวัน แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมการใช้พลังงานขององค์กร
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร การเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การปรับระบบปรับอากาศ หรือการจัดตารางการผลิตใหม่
ระบบนี้เหมาะกับสถานที่ที่มีการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูงหรือมีโหลดเปลี่ยนแปลงตลอดวัน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า คลังสินค้า และอาคารขนาดใหญ่
โดยเฉพาะสถานที่ที่มีเครื่องจักร มอเตอร์ ระบบปรับอากาศ หรืออุปกรณ์กำลังสูงหลายชุด การมองเห็นข้อมูลการใช้ไฟอย่างละเอียดจะช่วยให้บริหารระบบได้ง่ายขึ้น
Energy Management System ช่วยควบคุม Peak Demand ด้วยการตรวจวัด วิเคราะห์ และแจ้งเตือนการใช้พลังงาน ทำให้ผู้ดูแลทราบว่าไฟฟ้าถูกใช้ที่ไหน ช่วงเวลาใด และอุปกรณ์ใดเป็นสาเหตุของการเกิดพีค
เมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจน องค์กรสามารถกระจายเวลาเปิดเครื่องจักร จัดการโหลด และวางแผนการใช้พลังงานได้เหมาะสมขึ้น ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยควบคุมต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญระบบปรับอากาศ ไฟฟ้า และระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง PLC, IoT, SCADA, HMI, BAS/BMS และตู้ควบคุม พร้อมระบบ Monitoring & Energy Management โดยทีมวิศวกรประสบการณ์กว่า 10 ปี
Copyright © 2025, BKC Control All rights reserved.