ระบบ Energy Management ช่วยควบคุม Peak Demand ได้อย่างไร

ระบบ Energy Management ช่วยควบคุม Peak Demand ได้อย่างไร

ในโรงงาน อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือธุรกิจที่มีเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก การใช้ไฟฟ้าพร้อมกันในช่วงเวลาหนึ่งอาจทำให้เกิด Peak Demand หรือช่วงที่มีความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูง

หากสามารถควบคุมช่วงพีคได้อย่างเหมาะสม จะช่วยบริหารการใช้พลังงาน ลดภาระของระบบไฟฟ้า และช่วยควบคุมต้นทุนด้านพลังงานขององค์กรได้ โดย Energy Management System (EMS) เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เห็นและจัดการการใช้พลังงานได้อย่างเป็นระบบ

Peak Demand คืออะไร

Peak Demand คือ ระดับความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูงในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ช่วงที่เปิดเครื่องจักรหลายเครื่องพร้อมกัน เปิดระบบปรับอากาศเต็มกำลัง หรือมีอุปกรณ์กำลังสูงเริ่มทำงานพร้อมกัน

สำหรับผู้ใช้ไฟบางประเภท ค่า Demand อาจเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของค่าไฟฟ้า ดังนั้นการลดการเกิดยอดพีคที่ไม่จำเป็นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพลังงานที่สำคัญ

Energy Management System ช่วยอย่างไร

ระบบ Energy Management ทำหน้าที่รวบรวมและแสดงข้อมูลการใช้พลังงานจากมิเตอร์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ดูแลสามารถเห็นว่า จุดใดใช้ไฟมาก ใช้ช่วงเวลาไหน และมีแนวโน้มจะเกิด Peak Demand เมื่อใด

จากเดิมที่ต้องรอดูข้อมูลย้อนหลัง ระบบสามารถช่วยติดตามสถานการณ์ได้ใกล้เคียงแบบ Real-Time ทำให้สามารถวางแผนและตอบสนองได้เร็วขึ้น

1. ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าแบบ Real-Time

ระบบสามารถแสดงค่าการใช้ไฟฟ้าของอาคารหรือโรงงานผ่าน Dashboard เช่น

  • กำลังไฟฟ้าที่กำลังใช้งาน
  • ปริมาณพลังงานที่ใช้
  • แนวโน้มการใช้ไฟในแต่ละช่วงเวลา
  • การใช้ไฟแยกตามพื้นที่หรือเครื่องจักร

เมื่อเห็นว่าการใช้ไฟเริ่มเพิ่มสูง ผู้ดูแลสามารถปรับการทำงานของอุปกรณ์ก่อนที่จะเกิด Peak Demand ที่สูงเกินความจำเป็น

2. ตั้งค่าการแจ้งเตือนก่อนถึงระดับที่กำหนด

ระบบ Energy Management สามารถนำข้อมูลมาใช้กำหนดระดับแจ้งเตือนได้

ตัวอย่างเช่น เมื่อการใช้กำลังไฟเข้าใกล้ค่าที่องค์กรกำหนด ระบบอาจแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลทราบ เพื่อพิจารณาลดหรือเลื่อนการทำงานของอุปกรณ์บางประเภท

ช่วยให้การควบคุม Demand เป็นเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไขหลังเกิดพีคไปแล้ว

3. กระจายเวลาเปิดเครื่องจักร

หนึ่งในสาเหตุของ Peak Demand คือเครื่องจักรหรืออุปกรณ์กำลังสูงหลายเครื่องเริ่มทำงานพร้อมกัน

ระบบ Energy Management ช่วยให้เห็นช่วงเวลาที่เกิดปัญหา ทำให้สามารถวางแผน สลับเวลาเปิดเครื่องจักร หรือจัดตารางการทำงานใหม่ เช่น ไม่เปิดเครื่องจักรกำลังสูงหลายชุดพร้อมกันโดยไม่จำเป็น

วิธีนี้ไม่ได้หมายถึงลดกำลังการผลิตเสมอไป แต่เป็นการจัดลำดับการใช้พลังงานให้เหมาะสมขึ้น

4. วิเคราะห์ว่าอุปกรณ์ใดทำให้เกิด Peak

หากติดตั้งมิเตอร์แยกตามพื้นที่หรือเครื่องจักร ระบบสามารถช่วยวิเคราะห์ได้ว่าอุปกรณ์ส่วนใดใช้ไฟสูงในช่วงที่เกิด Peak Demand

ตัวอย่างเช่น

  • Chiller
  • ระบบปรับอากาศ
  • มอเตอร์ขนาดใหญ่
  • ปั๊มน้ำ
  • เครื่องจักรในสายการผลิต
  • ระบบทำความเย็น

เมื่อทราบต้นเหตุแล้วจึงสามารถวางมาตรการลดพลังงานได้ตรงจุดมากกว่าการลดการใช้ไฟทั้งระบบ

5. เปรียบเทียบรูปแบบการใช้พลังงานย้อนหลัง

ระบบ Monitoring สามารถจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนได้

องค์กรจึงสามารถตรวจสอบว่า Peak Demand มักเกิดช่วงเวลาใด และมีความสัมพันธ์กับกระบวนการทำงานส่วนไหน จากนั้นนำข้อมูลไปปรับตารางการผลิตหรือการใช้งานอาคารให้เหมาะสม

6. ช่วยควบคุมโหลดที่ไม่จำเป็น

เมื่อ Demand สูงขึ้น ระบบควบคุมที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมสามารถใช้แนวคิด Load Management หรือการจัดการโหลด เพื่อพิจารณาลดการทำงานของอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลาสั้น ๆ

เช่น เลื่อนการทำงานของอุปกรณ์บางชุดไปยังช่วงที่โหลดต่ำกว่า โดยต้องไม่กระทบต่อความปลอดภัย คุณภาพการผลิต หรือการใช้งานหลักของอาคาร

7. ช่วยวางแผนการใช้พลังงานในระยะยาว

ข้อมูลจาก Energy Management ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลด Peak Demand ในแต่ละวัน แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมการใช้พลังงานขององค์กร

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร การเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การปรับระบบปรับอากาศ หรือการจัดตารางการผลิตใหม่

ธุรกิจประเภทไหนเหมาะกับการควบคุม Peak Demand

ระบบนี้เหมาะกับสถานที่ที่มีการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูงหรือมีโหลดเปลี่ยนแปลงตลอดวัน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า คลังสินค้า และอาคารขนาดใหญ่

โดยเฉพาะสถานที่ที่มีเครื่องจักร มอเตอร์ ระบบปรับอากาศ หรืออุปกรณ์กำลังสูงหลายชุด การมองเห็นข้อมูลการใช้ไฟอย่างละเอียดจะช่วยให้บริหารระบบได้ง่ายขึ้น

สรุป

Energy Management System ช่วยควบคุม Peak Demand ด้วยการตรวจวัด วิเคราะห์ และแจ้งเตือนการใช้พลังงาน ทำให้ผู้ดูแลทราบว่าไฟฟ้าถูกใช้ที่ไหน ช่วงเวลาใด และอุปกรณ์ใดเป็นสาเหตุของการเกิดพีค

เมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจน องค์กรสามารถกระจายเวลาเปิดเครื่องจักร จัดการโหลด และวางแผนการใช้พลังงานได้เหมาะสมขึ้น ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยควบคุมต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

สนใจติดต่อเรา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bkccontrol.com